พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
“คนเราอยู่คนเดียวไม่ได้
จะต้องอยู่เป็นหมู่คณะ และถ้าหมู่คณะนั้นมีความสามัคคี คือเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน
ช่วยเหลือในทุกเมื่อ ช่วยกันคิดว่าสิ่งใดควร สิ่งใดไม่สมควร
สิ่งใดที่จะทำให้นำมาสู่ความเจริญความมั่นคง ความสุขก็ทำ
สิ่งใดที่นำมาซึ่งหายนะหรือเสียหายก็เว้น
และช่วยกันปฏิบัติทั้งหน้าที่ทางกายทั้งหน้าที่ทางใจ”
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในพิธีพระราชทานธงประจำรุ่นลูกเสือชาวบ้าน จังหวัดสระบุรี
๑๖ เมษายน ๒๕๑๙
บทความนี้หมายถึงว่าการที่เราจะอยู่รอดในตัวคนเดียวนั้นในสังคมไทยนั้นมันยากที่จะเป็นไปได้
ฉะนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องอยู่กันเยอะๆ มีอะไรจะได้ช่วยเหลือกันได้
และถ้ากลุ่มที่เราอยู่ด้วยนั้นมีความสามัคคีเช่นการทำงานร่วมกันก็จะช่วยกันทุกคน
การเห็นอกใจ และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันทุกเมื่อเมื่อพบเจอปัญหา และพิจารณาว่าสิ่งไหนที่ดีและที่ควรทำ
ชักชวนและส่งเสริมกลุ่มของเราไปในทางด้านนั้น
เพื่อที่จะได้พบกับความสุขความเจริญกันทั้งหมด แต่สิ่งไหนที่พิจารณาแล้วว่าไม่ควร
ถ้าหากทำแล้วจะเกิดอันตรายหรือไม่เป็นที่มาใจทางสังคม
ก็ให้ช่วยกันตักเตือนว่าอย่าทำ และนอกจากนี้ก็ให้ช่วยกันปฏิบัติหน้าที่ทางกายก็คือสิ่งที่ต้องทำโดยใช้ร่างกายเป็นหลัก
และการปฏิบัติหน้าที่ทางใจให้ถูกต้อง
หลักสอนของพระเจ้าอยู่หัวบทนี้ข้าพเจ้าขอนำไปปรับในการเลือกที่จะทำสิ่งต่างๆ
จะพิจารณาว่าควรหรือไม่ ถ้าควรก็จะช่วยกันปฏิบัติเพื่อความสุขสบาย แต่ถ้าเห็นว่าไม่ควรก็จะช่วยกันตักเตือนภายในกลุ่มเพื่อที่จะไม่มีการประพฤติเช่นนั้น
คำสอนนี้ข้าพเจ้าขอมอบให้ ด.ญ. จินต์จุฑา
โศภิษฐพันธ์
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
: Google Chrome
รายงานนี้ทำโดย
ด.ญ.ทอปัด
กมลพนัส ม.1/12 เลขที่ 13